รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๗ ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ

คัดเลือกโดย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

   

 

อาคารพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมรูปแบบเรือนขนมปังขิง เป็นเรือน ๒ ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนเป็นไม้ พื้นไม้สัก หลังคาทรงปั้นหยา มีลูกไม้ลายฉลุประดับรอบเชิงชาย ชายน้ำ ขอบด้านบนประตู หน้าต่าง และผนังด้านบนของห้องโถง บันไดอยู่นอกอาคารด้านหน้า ๒ ทาง และด้านหลัง ๑ ทาง จุดเด่นของอาคารพิพิธภัณฑ์ คือ หน้าจั่วด้านหน้าอาคารประดับเครื่องหมายและสัญลักษณ์ของกองทัพเรือ  ใต้หน้าจั่วแกะสลักเป็นรูปเครื่องมือช่างต่าง ๆ ในท่ามกลางลวดลายไม้ฉลุ

อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเก่าอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ไม่ปรากฏหลักฐานปีที่สร้าง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งพระราชทานพื้นที่พระนิเวศน์เดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช     สมัยที่ทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเมื่อกรุงธนบุรีเป็นราชธานี  ให้แก่กรมทหารเรือ (กองทัพเรือ ในปัจจุบัน) เพื่อสร้างโรงงานกรมอู่หลวงและที่ทำการของกรมทหารเรือ  พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอู่เรือไม้ขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณข้างโรงหล่อด้านทิศใต้ของวัดระฆังโฆสิตาราม สำหรับซ่อมและสร้างเรือรบ  โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอู่เรือหลวง เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๓  จึงสันนิษฐานว่าอาคารหลังนี้น่าจะเป็นอาคารหลังหนึ่งที่สร้างขึ้นในห้วงเวลานั้นหรือหลังจากนั้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน กำกับและดูแลการซ่อมและสร้างเรือรบ  ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว สถาปัตยกรรมแบบเรือนขนมปังขิงของยุโรปซึ่งแพร่เข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ กำลังเป็นที่นิยมปลูกสร้างกันทั่วไป นอกจากนั้น ตำแหน่งการตั้งของอาคารยังหันด้านหน้าไปยังอู่เรือหลวง (อู่หมายเลข ๑ ในปัจจุบัน) เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานที่อู่เรือของเจ้าหน้าที่ (อู่หมายเลข ๒ ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคาร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖)

การใช้สอยในอดีต ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน กำกับและดูแลการซ่อมสร้างเรือรบที่เข้ารับการซ่อมทำในอู่เรือหลวง  มีคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ด้านหนึ่งเป็นสำนักงานของกองสารวัตรช่าง ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของกรมยุทธโยธาทหารเรือ (กรมอู่ทหารเรือในปัจจุบัน) ทำหน้าที่ตรวจการชำรุดของเรือรบ เพื่อนำไปประเมินและวางแผนการซ่อมทำ ปรากฏชื่อกองสารวัตรช่าง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจาก กองสารวัตรตรวจช่าง เป็น กองสารวัตรช่าง เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๘  และด้านหนึ่งเป็นสถานที่ทำงานของกองออกแบบ (กองออกแบบต่อเรือ กรมแผนการช่าง ในปัจจุบัน) ต่อมา เมื่ออาคารกองบังคับการกรมอู่ทหารเรือ สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖ อาคารหลังนี้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของกองโรงงานเครื่องกล อู่ทหารเรือธนบุรี โดยส่วนปีกของอาคารทั้งสองด้านใช้เป็นพื้นที่ซ่อมทำเครื่องยนต์ขนาดเล็กสำหรับเรือรบ  และในเวลาต่อมาเมื่อมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานของกรมอู่ทหารเรือ จึงเป็นที่ทำงานของแผนกโรงงานเครื่องกล กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี ก่อนซ่อมทำและปรับปรุงเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์

การปรับปรุงอาคารเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เป็นการซ่อมทำโครงสร้างให้มีความแข็งแรงคงทน โดยไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิม  เพิ่มมุขด้านหลังอาคารชั้นล่าง เพื่อใช้เป็นห้องจัดกิจกรรมทางวิชาการของพิพิธภัณฑ์ เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา และทาสีใหม่ โดยอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้  ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔ ปรับพื้นที่ใช้สอยภายในและตกแต่งใหม่ จัดทำเป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวร แล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา เป็นอาคารเก่าแก่เพียงหลังเดียวในส่วนราชการกองทัพเรือในอาณาบริเวณพระนิเวศน์เดิมของรัชกาลที่ ๑ ที่ยังคงสภาพอยู่ถึงปัจจุบันและได้รับการอนุรักษ์เพื่อให้สาธารณชนได้ใช้เป็นที่ศึกษาหาความรู้และชื่นชมความงดงามของศิลปสถาปัตยกรรมของชาติ